ความรู้เรื่องสีพ่นซ่อมรถยนต์

องค์ประกอบความรู้เรื่อง งานสีพ่นซ่อมรถยนต์

nissan

1. สีมีหน้าที่หลักอยู่ด้วยกัน 2 ประการ คือ
1.1 เพื่อป้องกันพื้นผิววัสดุจากมลภาวะต่างๆ
1.2 เพื่อตกแต่งให้แลดูสวยงาม

 

2. สารประกอบหลักของสีมีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภท คือ
2.1 ผงสี ( Pigment )
2.2 สารยึด ( Binder )
2.3 ตัวทำละลาย ( Solvent )
2.4 สารเติมแต่ง ( Additives )

 

3. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสีพ่นซ่อมรถยนต์
3.1 สี 1K คือสีระบบ 1 องค์ประกอบ (1 Komponent) คือประกอบด้วยส่วนของตัวสีเพียงอย่างเดียว เมื่อนำมาใช้งานจะผสมกับตัวทำละลาย เช่น ทินเนอร์ สี 1K จะมีทั้งแบบแห้งเร็วและแห้งช้า
3.2 สี OEM คือสีที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ สีชนิดนี้มีเพียงองค์ประกอบเดียว ในการใช้งานอาจนำมาผสมกับตัวทำละลายเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น สีชนิดนี้จะแห้งตัวโดยการการอบที่อุณหภูมิสูงประมาณ 120-160 oC จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สีอบ” (High Bake Paint)
3.3 สี 2K คือสีระบบ 2 องค์ประกอบ (2 Komponent) คือประกอบด้วยส่วนของตัวสี ซึ่งคือองค์ประกอบที่ 1 และตัวเร่งปฏิกิริยา (Hardener หรือ Activator) ซึ่งคือองค์ประกอบที่ 2 โดยก่อนใช้งานต้องนำทั้ง 2 องค์ประกอบมาผสมกันตามอัตราส่วน เพื่อให้เกิดการทำปฏิกิริยาทางเคมี ซึ่งจะทำให้สีเกิดการแห้งตัว (Chemical Drying) สี 2K ที่ใช้ในงานพ่นสีรถยนต์ มี 2 ชนิด คือ สี 2K แบบ อีพ๊อคซี และสี 2K แบบโพลียูริเทน จึงมักเรียก สี 2K ว่า “สีแห้งช้า”

 

4. เหตุผลที่ทำให้สี 2K มีคุณสมบัติดีกว่าสี 1 K
4.1 Durability – ความทนทาน รถยนต์ที่ซ่อมสีโดยใช้ระบบสี 2K จะคงสภาพเดิมและมีระยะเวลาคงสภาพเดิมได้ไม่ต่ำกว่า 5 ปี
4.2 Weather resistance – ความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ
4.3 Chemical resistance – สามารถทนทานต่อสารเคมีต่างๆได้ดี เช่น ทินเนอร์ น้ำมันเบรก
4.4 Color retention – สามารถคงสภาพสีเดิม ไม่ซีดจางจากเดิมง่าย
4.5 Gloss – มีความเงางามสูง
4.6 ให้คุณสมบัติเหมือนสีรถที่ออกจากโรงงานประกอบรถยนต์ O.E.M ( Original Equipment Manufacturing

 

5. ส่วนประกอบหลักของระบบสี 2K
สี 2K มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ
1. ส่วนที่เป็นเนื้อสี ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ
A กาวหรือเรซิ่น (RESIN) หรืออาจเรียกว่า BINDER หรือ FILM FORMER ทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะของส่วนประกอบอื่นๆของสี
B ผงสี (PIGMENT) เป็นสารที่ทำหน้าที่ในการปกปิดพื้นผิว และทำให้เกิดสีสันต่างๆ เช่นดำ แดง เหลือง
C ตัวทำละลาย (SOLVENT) ทำหน้าที่ในการช่วยให้ผงสีและเรซิ่น กระจายตัวเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งยังทำหน้าที่ในการเจือจางหรือปรับความข้นเหลวของสีให้เหมาะสมสำหรับการใช้งาน
D สารปรับแต่ง (ADDITIVE) เป็นส่วนประกอบที่หน้าที่เพิ่มคุณสมบัติหรือลดข้อด้อยบางอย่างของสี เช่น ช่วยให้ฟิล์มเรียบขึ้น ช่วยป้องกันแสงอุลตร้าไวโอเลตจากแสงอาทิตย์ ช่วยป้องกันการแยกตัวของผงสีและเรซิ่น ป้องกันการตกตะกอน เป็นต้น
2. ส่วนที่เป็นตัวเร่งที่ทำให้สีแข็งตัว (Hardener หรือ Activator)
ส่วนนี้จะแยกออกจากส่วนแรกโดยเด็ดขาด เมื่อจะนำสีไปใช้งานจึงค่อยผสมส่วนนี้ลงไป และน้ำยานี้ก็เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากถ้าไม่ใส่น้ำยานี้เข้าไปในสีและนำสีไปใช้ สีจะไม่แห้งแข็งเป็นฟิล์ม ซึ่งน้ำยานี้ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของไอโซไซยาเนท (Isocyanate)

 

6. การแห้งตัวของสี
ลักษณะการแห้งตัวของฟิล์มสีสามารถแบ่งได้ 2 แบบ คือ
1. แห้งโดยกรรมวิธีทางฟิสิกส์ ( Physical Drying ) การแห้งด้วยวิธีการนี้เกิดจากการระเหยของตัวทำละลาย กลายเป็นฟิล์มยึดติดกับผิวหน้าด้วยพันธะทุติยภูมิ ( Secondary Force ) อย่างอ่อนๆ
2. แห้งโดยกรรมวิธีทางเคมี ( Chemical Drying ) ฟิล์มที่ได้จากการแห้งตัวโดยวิธีการนี้จะยึดติดกับผิวหน้าด้วยพันธะปฐมภูมิ ( Primary Bond ) จากการเกิดปฎิกิริยาเคมี แบ่งได้ 2 แบบ คือ
2.1. แห้งโดยการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชั่น สีประเภทนี้จะดูด ออกซิเจนในอากาศเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้ขนาดอณูของสี ใหญ่ขึ้นจนรวมตัวเป็นฟิล์มแห้งแข็งตามต้องการ
2.2. แห้งโดยการเกิดปฎิกิริยาเคมี สีประเภทนี้ส่วนใหญ่บรรจุใน ภาชนะแยกกัน ก่อนใช้จึงนำมาผสมกันตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตแนะนำ ซึ่งเมื่อผสมแล้วจะเกิดปฎิกิริยาเคมีได้เป็นฟิล์มที่แห้งแข็ง ดังนั้นเมื่อผสมแล้วจึงต้องใช้ให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ถ้าปฎิกิริยาเกิดที่อุณหภูมิห้องจะเรียกว่าสีชนิดนี้ว่า สีบ่มเย็น ตัวอย่างเช่น ยูเรียเรซิน ( Urea Resin ) โพลิยูรีเทนเรซิน ( Polyurethane Resin ) เป็นต้น แต่ถ้าการเกิดปฎิกิริยาต้องใช้ อุณหภูมิสูง เรียกสีชนิดนี้ว่า สีอบ (Stoving or baking coatings)

 

7. ความปลอดภัยในการปฎิบัติงานสี
การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีนั้นเป็นงานที่อันตรายอย่างยิ่ง ถ้าไม่รู้จักวิธีป้องกันตัวเองจากสารเคมีเหล่านั้นก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งในขณะปฏิบัติและในอนาคต การป้องกันที่ดีและสามารถทำได้ก็คือ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเพื่อปกปิดร่างกายไม่ให้สัมผัสกับสารเคมีเหล่านั้นโดยตรง ในงานสีมีอุปกรณ์ความปลอดภัยอยู่หลายอย่าง เช่น แว่นตา หน้ากากป้องกันละอองสี ชุดพ่นสี ถุงมือ เป็นต้น

 

8.อุปกรณ์สำหรับงานพ่นสี
ปืนพ่นสี (Spray Gun)
ปืนพ่นสี (Spray Gun) ระบบการทำงานของปืนพ่นสีแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. ระบบแบบดูด
2. ระบบแแบบอัด
1. ระบบแบบดูด อากาศจะไหลผ่านบริเวณหัวสีของปืนพ่นสี ทำให้เกิดเป็นสูญญากาศที่
บริเวณดังกล่าวบวกกับแรงกดของแรงโน้มถ่วงทำให้สีไหล ระบบแบบนี้ยังแบ่งเป็นปืนพ่นสีได้อีก 2 แบบ คือ
1.1 ปืนพ่นสีแบบถ้วยอยู่ด้านบน (Gravity Feed Spray Gun)
1.2 ปืนพ่นสีแบบถ้วยอยู่ด้านล่าง (Suction Feed Spray Gun)
2. ระบบแบบอัด จะใช้แรงดันจากปั๊มที่ส่งมาอัดเข้าไปภายในถ้วยที่บรรจุสีและดันให้สีออก
มายังหัวสีของปืนพ่นสี ระบบแบบนี้จำเป็นต้องมีวาล์วปรับแต่งแรงดันไม่เกินที่ถ้วยจะรับได้

 

9.ปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบงานสีรถยนต์
ปัญหาสีย่น สีแตกลายงา
1. เกิดจากช่างพ่นสีทิ้งช่วงระยะเวลาระหว่างพ่นน้อยเกินไป เนื่องจากพ่นสีหนาเกินไป
2. เกิดจากการโป๊วพลาสติค ที่มีความชื้นมากเกินไป เมื่อพ่นสีทับจึง เกิดการระเหยตัวของความชื้นด้านใต้ ดันสีจนย่นหรือพองตัว
3. เกิด จากสีที่ใช้พ่นต่างชนิดกันกับ สีเดิมที่ใช้พ่นมา
4. เกิด จากทินเนอร์ หรือ แล็คเกอร์ หรือสารเคมีอื่นที่ใช้ เสื่อมคุณภาพ
5. อาการ แตกลายงา เกิดจากสีโป๊วเก็บรอย ที่ช่างเรียกกันว่า สีโป๊วแดง หนามากเกินไปเมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดอาการแตกร้าว ทางแก้ไขก็คือ ลอกทิ้งสถานเดียว
กรณีที่ 1 – 4 มักเกิดขึ้นในขณะทำการซ่อม ส่วนกรณีที่ 5 มักเกิดหลังจากส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าไปแล้วนานหลายเดือน บางรายเป็นปีก็มี การลอกทิ้งเพื่อทำการแก้ไข บางกรณี อาจต้องขูดทิ้งถึงเนื้อเหล็กทำความสะอาดชิ้นงานใหม่ทั้งหมด ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้เกิดจากช่างพ่นสี ที่ต้องมีความรอบคอบ มีประสบการณ์ พิถีพิถันพอสมควร ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายอย่างนี้
งานสีพ่นซ่อมรถยนต์
ในงานสีพ่นซ่อมรถยนต์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้เรื่องสีและประเภทของสีที่ใช้ในงานพ่นซ่อมสีรถยนต์ รวมถึงคุณภาพของสีที่จะนำมาใช้ในงานพ่นสีซ่อมรถยนต์ ว่าสีที่นำมาใช้มีคุณภาพเป็นอย่างไร มีการแห้งตัวดีหรือไม่ และในขั้นตอนการพ่นสีในแต่ละครั้งมีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันสารเคมีดีมากน้อยเพียงใดมีความปลอดภัยหรือไม่ และต้องศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งขั้นตอนการเตรียมงานที่จะพ่นสี ขั้นตอนการเตรียมสีหรือการผสมสีที่จะพ่น ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์สำหรับพ่นสีจะต้องทำความสะอาดก่อนและหลังการพ่นสีทุกครั้ง การพ่นสีจำต้องมีระบบลมเข้ามาช่วยเพื่อปรับแรงดันในพ่นสีนั้น ต้องเรียนรู้ในการใช้ลมดันอย่างถูกต้องเพื่อจะได้เกิดความปลอดภัยในงานพ่นสี ในการพ่นสีรถยนต์นั้นจำเป็นต้องมีที่พ่นสีโดยเฉพาะ เพราะต้องคำนึงถึงการกรองอากาศที่ปนเปื้อนด้วยละอองสี ต้องกรองด้วยแผ่นกรองอากาศและแผ่นกรองละอองสีก่อนที่จะปล่อยอากาศที่สะอาดออกไปภายในชั้นอากาศ การใช้สีที่มีคุณภาพ การใช้สถานที่ที่เหมาะสม การใช้อุปกรณ์ที่ดีในการพ่นสีรถยนต์แต่ก็ยังมีปัญหาที่ช่างพ่นสีต้องพึงระวังและต้องทำการตรวจเช็คสภาพของสีก่อนส่งมอบรถให้กับลูกค้า ปัญหาต่างๆที่พบและเกี่ยวกับระบบงานสีรถยนต์ คือ ปัญหาสีย่น และสีแตกลายงา ปัญหาเหล่านี้เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การโป๊วสี การพ่นสีทิ้งช่วงระยะ การพ่นทินเนอร์หรืแล็คเกอร์ เป็นต้น